หลัง SEAFCO ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน ปี 2552 ออกมาน่าประทับใจ พบว่าปัจจัยพื้นฐานบริษัทก็ยังมีความแข็งแกร่งเช่นเดิม นั่นคือมีงานก่อสร้างในมือ (Backlog) อยู่ในระดับสูงเป็น 1,600 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้เป็นรายได้บางส่วนในไตรมาส 4/52 ประมาณ 400 ล้านบาท ส่วนที่เหลือก็จะยกไปรับรู้รายได้ในปีหน้าได้อีก
ส่วนการประมูลงานเพิ่มเติมในปัจจุบันก็เดินหน้าไปได้ด้วยดี คือขณะนี้ได้เข้าร่วมประมูลงานใหม่อีก 1,650 ล้านบาท มีทั้งงานภาครัฐและเอกชน จึงคาดว่าปีนี้บริษัทจะทำได้ตามประมาณการคือ รายได้จากการก่อสร้างปี 2552 เป็น 1,700 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 7% จากปีก่อน ส่วนการประมูลงานได้เพิ่มในปีนี้มากกว่า 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้มีโอกาสสูงที่จะได้รับงานก่อสร้างในส่วนฐานรากของรถไฟฟ้าสายสีม่วงสัญญาที่ 1 ซึ่งมีบริษัทร่วมทุนที่บมจ.ช.การช่าง ร่วมอยู่เป็นผู้รับเหมาหลัก
แม้ว่าบริษัทจะตั้งเป้ารายได้ก่อสร้างในปี 2553 ทรงตัวเท่ากับปี 2552 แต่ฝ่ายวิเคราะห์บล.ดีบีเอสฯ เห็นว่าเป็นเป้าที่อนุรักษนิยมเกินไป เพราะในปีหน้าจะมีงานก่อสร้างออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะงานจากภาครัฐ ตามงบประมาณไทยเข้มแข็ง ส่วนงานเอกชนก็จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย จึงมีประมาณการรายได้ในปี 2553 เติบโตถึง 20% จากปี 2552 ให้ราคาหุ้นพื้นฐานเป็น 5.72 บาท ประเมินด้วยอัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้นปี 2553 ที่ระดับ 20.0 เท่า ที่ให้สูงก็เพราะคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ฟื้นตัวสูงเป็น 51 ล้านบาท เทียบปี 2551 ที่กำไรสุทธิเป็นเพียง 12 ล้านบาท และปี 2553 โตได้อีกถึง 22% เป็น 62 ล้านบาท จึงแนะนำ "ซื้อ" หุ้น SEAFCO
จุดแข็งบมจ.ซีฟโก้
ที่มา : บล.ดีบีเอสฯ
แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2552
ผู้พิมพ์ : รัชนิดา ม่วงคำ
ผู้ตรวจสอบ : มยุรี นุเหมือน