SEAFCO ลั่นปี 2553 กวาดรายได้ 1.8 พันล้านบาท หรูหราไม่แพ้ปีนี้ ชูงานเด่นเสาเข็มรถไฟฟ้าสายสีม่วงเฟส 1 พร้อมโชว์แบ็กล็อกกว่า 1.6 พันล้านบาท เตรียมรับรู้ในไตรมาส 4 ปีนี้ เกือบ 500 ล้านบาท ที่เหลือเข้ากระเป๋าปีหน้า ล่าสุดโดดรับงานกับพันธมิตรสิงคโปร์เพิ่มดันรายได้ปี 2553 พุ่งกระฉูด ด้านโบรกแนะ "ซื้อ" ให้เป้าหมาย 5.72 บาท
นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2553 ที่ 1.7-1.8 พันล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขใกล้เคียงกับปี 2552 โดยงวด 9 เดือนของปี 2552 มีรายได้แล้ว 1,365.51 ล้านบาท เป้าหมายที่ตั้งไว้ในปีนี้จึงไม่ใช่เรื่องยาก
"การตั้งเป้าหมายแบบ Conservative โดยขณะนี้บริษัทได้รับงานเสาเข็มเจาะรถไฟฟ้าสายสีม่วง เฟส 1 จาก CK แต่การรับงานในครั้งนี้จะได้เฉพาะค่าแรงกับค่าเครื่องมือ ส่วนค่าวัสดุก่อสร้างทางผู้รับเหมาจะเป็นผู้ออกเอง จึงทำให้มูลค่างานน้อยกว่าที่ควรจะเป็น" นายณรงค์กล่าว
ขณะนี้บริษัทมีงานในมือ (Back-log) อยู่ประมาณ 1,601 ล้านบาท แบ่งเป็นงานโครงสร้าง 1,202 ล้านบาท งานเสาเข็ม 345 ล้านบาท และงานฐานราก 43 ล้านบาท โดยในไตรมาส 4/2552 บริษัทจะส่งมอบงานและรับรู้รายได้ 400-500 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการประมูลงาน มูลค่ารวม 1,645 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงานราชการ จำนวน 10 โครงการ มูลค่า 1,045 ล้านบาท งานเอกชน 10 โครงการ มูลค่า 600 ล้านบาท ซึ่งหากดูจากส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทในด้านงานเสาเข็มและงานกำแพงดินที่มากกว่า 40% ก็คาดการณ์ว่ามีโอกาสที่จะชนะการประมูลงานดังกล่าว ส่วนปี 2553 บริษัทมีงานในมืออยู่ที่ประมาณ 1.3 พันล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทยังมองหางานในต่างประเทศเพิ่มเติม โดยคาดว่าในปี 2553 จะเริ่มเข้าไปร่วมงานกับพันธมิตรที่ประเทศสิงคโปร์ในบริษัท "ซีฟโก้ เรียวบิ" ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 47% โดยมีงานก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน มูลค่า 130 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มงานได้ในปี 2553 และบริษัทจะรับรู้รายได้ตามสัดส่วนการถือหุ้น และยังเชื่อมั่นจะมีส่วนร่วมในงานโครงการรถไฟฟ้า แต่คงจะมีรายได้เข้ามาในลักษณะค่าแรงและค่าเครื่องมือ
โบรกสั่งลุยเป้า 5.72 บ.
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ "ซื้อ" SEAFCO ราคาพื้นฐานเป็น 5.72 บาท ระบุแนวโน้มด้านผลประกอบการปี 2552 จะมีกำไรอยู่ที่ 51 ล้านบาท และปี 2553 มีโอกาสโตได้อีกถึง 22% เมื่อเทียบในช่วงเดียวกันกับปีก่อน เป็น 62 ล้านบาท และมองว่างบประมาณไทยเข้มแข็งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าจำนวนที่สูง ทำให้บริษัทประมูลงานก่อสร้างได้เพิ่มมากขึ้น โดยประมาณการให้งานก่อสร้างปี 2553 เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ส่วนราคาหุ้นของ SEAFCO ยังมีโอกาสเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับราคาพื้นฐาน ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2553 อยู่ในเกณฑ์พอใช้ที่ 2.7%
สำหรับในช่วง 9 เดือนแรก ในปี 2552 กำไรสุทธิเป็น 44 ล้านบาท ฟื้นตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 7 ล้านบาท คิดเป็น 87% เมื่อเทียบกับประมาณการกำไรสุทธิปี 2552 มูลค่า 51 ล้านบาท ซึ่งไม่มีการปรับคาดการณ์กำไรสุทธิแต่อย่างใด เพราะคาดว่าไตรมาส 4/2552 รายได้จากการก่อสร้างจะไม่สูงมากเหมือนในช่วงไตรมาส 3/2552
ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 3/2552 มูลค่า 20 ล้านบาท เติบโตก้าวกระโดด 389% เมื่อเทียบกับปี 2551 และ 203% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าเป็นกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีการบันทึกกำไรจากรายการพิเศษ คือ หนี้สงสัยจะสูญกลับรายการ 9 ล้านบาท หากไม่นับรายการดังกล่าว ทำให้ส่งผลสอดคล้องกับที่คาดไว้ กำไรสุทธิเติบโตได้ดี เนื่องจากรายได้จากการก่อสร้างสูงถึง 538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการประมูลงานก่อสร้างได้เพิ่มอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งอัตรากำไรขั้นต้นไตรมาสนี้ทำได้สูงเป็น 7.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 6.8%
ส่วนงบดุลไตรมาส 3/2552 มีความแข็งแกร่งเช่นเคย อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนเป็น 0.57 เท่า ถือว่าต่ำและทรงตัว เมื่อเทียบในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นเป็น 3.01 บาท กระแสเงินสดจากการดำเนินงานระยะ 9 เดือนแรก ในปี 2552 เพิ่มขึ้นเป็น 125 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อน เป็น 112 ล้านบาท
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น SEAFCO ปิดตลาดวานนี้ (25 พ.ย. 52) ที่ 4.82 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท มูลค่าการซื้อขายสุทธิ 3.72 ล้านบาท
ที่มา ทันหุ้น ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552
ผู้พิมพ์ รัชนิดา ม่วงคำ
ผู้ตรวจสอบ กนกวรรณ เฮงวัฒนะ