จดหมายชี้แจงเกี่ยวกับผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2550

Backพฤศจิกายน 14, 2550

ที่ SEAFCO - 07 - 028

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2550

เรื่อง ขอชี้แจงเกี่ยวกับผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2550 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2550

เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) ขอเรียนชี้แจงว่า บริษัทฯและบริษัทย่อย มีการเปลี่ยนแปลง นโยบายการบันทึกบัญชีของเงินลงทุนในบริษัทย่อย ในงบการเงินเฉพาะบริษัทฯ จากวิธีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นวิธีราคาทุน โดยเริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ปี 2550 เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ของมาตรฐาน การบัญชี ฉบับที่ 44 โดย บริษัทฯและบริษัทย่อย ได้ปรับปรุงย้อนหลังงบการเงินที่แสดงเปรียบเทียบด้วย ทั้งนี้เงินลงทุนในบริษัทย่อย ที่แสดงอยู่ในงบการเงินเฉพาะบริษัทฯ นั้น บันทึกโดยใช้วิธีราคาทุน ซึ่งการ เปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว ทำให้กำไรสุทธิในงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ ไม่เท่ากับกำไรสุทธิใน งบการเงินรวม โดยงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2550 งบการเงินรวมมีผลขาดทุนสุทธิ 31.62 ล้านบาท ขณะที่งบการเงินเฉพาะบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 32.36 ล้านบาท แตกต่างกันจำนวน 0.74 ล้านบาทและสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2550 งบการเงินรวมมีกำไรสุทธิ 7.03 ล้านบาท ขณะที่งบการเงินเฉพาะบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 6.47 ล้านบาท แตกต่างกันจำนวน 0.56 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะงบการเงินเฉพาะบริษัทฯ ไม่รวมรายการส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน ซึ่งต่างจากการบันทึก โดยวิธีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนผลกระทบต่อรายการอื่น ในงบการเงินเฉพาะกิจการ

1. มูลค่าเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งบันทึกโดยใช้ราคาทุนเดิมเป็นราคาทุนเริ่มต้นตามงบการเงิน เฉพาะกิจการของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชี ณ.วันที่ 30 กันยายน 2550 เท่ากับ 5.05 ล้านบาท ซึ่งต่าง จากมูลค่าตามบัญชี ณ.สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2549 (ปรับปรุงใหม่) อยู่จำนวน 3.25 ล้านบาท เนื่องจาก บริษัทฯ ลงทุนเพิ่มในเงินลงทุนในหุ้นทุนของบริษัทย่อย

2. กำไรสะสมตามงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ได้ปรับปรุงใหม่ โดยใช้ราคาทุนเดิม เท่ากับ 249.66 ล้านบาท เมื่อเทียบกับการบันทึกโดยวิธีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งเท่ากับ 249.96 ล้านบาท ลดลง 3 แสนบาท

3. ส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินเฉพาะของบริษัทฯ ณ.สิ้นวันที่ 30 กันยายน 2550 เท่ากับ 576.98 ล้านบาท เทียบกับ ณ.สิ้นวันที่ 31 ธันวาคม 2549 (ก่อนปรับปรุง) 611.55 ล้านบาท หลังปรับ ปรุงตามการเปลี่ยนนโยบายบัญชี ในการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อย เท่ากับ 611.25 ล้านบาท ลดลง 3 แสนบาท

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานการทำธุรกิจ ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยแต่อย่างใด

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 สิ้นสุด ณ.วันที่ 30 กันยายน 2550 เมื่อเปรียบเทียบกับผล ประกอบการสำหรับรอบระยะเวลาเดียวกันของปี 2549 ที่เพิ่มขึ้น (ลดลง) กว่า 20% มีสาเหตุที่สำคัญ ดัง ต่อไปนี้

1. ในงบการเงินเฉพาะบริษัทฯ มีรายได้ค่าบริการในงวด 3 เดือนและ 9 เดือน ของปี 2550 เท่ากับ 382.48 ล้านบาท และ 1,489.57 ล้านบาท และในปี 2549 เท่ากับ 835.75 ล้านบาท และ 1,676.28 ล้านบาท ซึ่งในงวด 3 เดือน ลดลง 54.24% และในงวด 9 เดือน ลดลง 11.14% ในส่วน งบการเงินรวม บริษัทฯ มีรายได้ค่าบริการในงวด 3 เดือน และ 9 เดือน ของปี 2550 เท่ากับ 382.48 ล้านบาท และ 1,489.78 ล้านบาท และในปี 2549 เท่ากับ 835.75 ล้านบาท และ 1,676.28 ล้านบาท ซึ่งในงวด 3 เดือน ลดลง 54.24% และในงวด 9 เดือน ลดลง 11.13% เกิดจากในงวด 3 เดือน และ งวด 9 เดือนของ ปี 2550 บริษัทฯ มีการส่งมอบงานได้ลดลงกว่าในงวด 3 เดือนและงวด 9 เดือนของปี 2549

2. ในงบการเงินเฉพาะบริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิงวด 3 เดือน ในปี 2550 เท่ากับ (32.36) ล้านบาท และในงวด 9 เดือน ปี 2550 มีกำไรสุทธิเท่ากับ 6.49 ล้านบาท ในปี 2549 มีผลกำไรสุทธิงวด 3 เดือน และ 9 เดือน เท่ากับ 72.02 ล้านบาท และ 132.30 ล้านบาท ในส่วนงบการเงินรวม ปี 2550 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในงวด 3 เดือน เท่ากับ (31.62) ล้านบาท ในงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิเท่ากับ 7.03 ล้านบาท ในปี 2549 มีผลกำไรสุทธิงวด 3 เดือน และ 9 เดือน เท่ากับ 72 ล้านบาทและ 132.21 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ สำหรับลูกหนี้ของบริษัทรายหนึ่งชื่อ บริษัท อินสไตล์ เอสเตท เอกมัย จำกัด ซึ่งผิดนัดชำระหนี้ บริษัทจึงได้บันทึกค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ในงวด 3 เดือน จำนวน 17.14 ล้านบาท และในงวด 9 เดือน บันทึก 47.14 ล้านบาท ของลูกหนี้รายดังกล่าว

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

 

ขอแสดงความนับถือ

 

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์
กรรมการผู้จัดการใหญ่

Attachments

  • 07041410.pdf (Size: 43,746 bytes)