ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นของบริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO ปรับลดลงมากกว่า 46% ซึ่งเป็นการสะท้อนปัจจัยลบใน 2 เรื่องหลักคือการบันทึกสำรองหนี้สงสัยจะสูญรวมกว่า 47 ล้านบาท นับเป็นรายการที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของนักลงทุน อีกประเด็นหนึ่งคือการดำเนินธุรกิจปรกติ ซึ่งพบว่าในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2550 มีการรับงานใหม่เข้ามาต่ำกว่าคาด
ขณะที่การรับรู้รายได้มีความล่าช้าจากปัญหาของการปรับเปลี่ยนขั้นตอนการเริ่มก่อสร้างที่ถูกควบคุมโดย EIA เข้มงวดมากขึ้น และส่งผลกระทบไปยัง Gross Margin ที่ลดต่ำลงกว่าปกติ โดยค่าเฉลี่ยในงวด 9M50 อยู่ที่ 10.5% โดยมีจุดต่ำสุดอยู่ที่ 4.73% ในงวด Q3/50 อย่างไรก็ตามมองว่า ณ ระดับราคาปัจจุบันเป็นระดับที่สะท้อนปัจจัยลบไปหมดแล้ว และอาจเป็นการสะท้อนในระดับที่เกินจริง
ทิศทางที่เห็นในงวดปี 2551 เชื่อว่า SEAFCO จะมีฐานรายได้ที่เติบโต คาดว่าจะอยู่ที่ ประมาณ 2,480 ล้านบาท เทียบกับประมาณ 1,990 ล้านบาทในงวดปี 2550 ทั้งนี้เป็นผลมาจากการกระจายประเภทงานให้มากขึ้น โดยดาดว่าจะมีสัดส่วนการรับงานโยธา (Civil Work) มากขึ้น ผลดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ค่าเฉลี่ย Gross Margin ต่ำกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต (ในอดีต Gross Margin ของ SEAFCO อยู่ในช่วง 13-15%)
แต่เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมคาดว่าจะเห็นการเติบโตของผลประกอบการในปี 2551 โดยคาดว่า SEAFCO น่าจะมีกำไรจากการดำเนินงาน 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากฐานปี 2550 ที่ 75 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมการบันทึกกลับรายการสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 47 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับชำระเงินในงวดปี 2551
การปรับลดลงมาอย่างรวดเร็วทำให้ราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่า Fair Value ถึง 22% ทั้งนี้ Fair Value ของฝ่ายวิจัยกำหนดที่ P/E 12 เท่า ให้มูลค่าหุ้นที่เหมาะสม ณ สิ้นปี 2551 ที่ 6.50 บาท ปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ"
ที่มา: หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
วันศุกร์ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550